ป้องกันสารก่อภูมิแพ้ภายในบ้าน
โรคภูมิแพ้เป็นโรคฮิตในบ้านเรา และคนจำนวนมากแสดงอาการตั้งแต่เป็นเด็ก สาเหตุหนึ่งของเด็กที่เป็นโรคภูมิแพ้มาจากพันธุกรรม คือถูกกำหนดมาล่วงหน้าตั้งแต่เป็นทารกในครรภ์ ว่าสามารถเกิดอาการได้เมื่อถูกกระตุ้นด้วยสารก่อภูมิแพ้ การรักษาในปัจจุบันยังเป็นการรักษาที่ปลายเหตุ และการป้องกันเสียมากกว่า
อาการ แพ้มีหลายแบบทั้งทางผิวหนัง เรียกว่าผื่นผิวหนังอักเสบจากภูมิแพ้ เกิดขึ้นได้จากการแพ้สารต่างๆ หรือแพ้สารอาหารบางชนิด เช่น แพ้นมวัว แพ้อาหารทะเล ก็สามารถมาปรากฏอาการที่ผิวหนังได้ แต่ที่เป็นกันมากที่สุดคืออาการแพ้ในระบบทางเดินหายใจ มีอาการของโรคเยื่อบุจมูกอักเสบ และโรคหืด โรคทั้งสองสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิด จนเรียกกันว่า United airway disease หมายความว่าเป็นโรคของระบบทางเดินหายใจทั้งระบบ และที่น่าเป็นห่วงคือโรคภูมิแพ้ทางจมูกมักจะมีอาการของโรคหืดร่วมด้วยเกือบ ร้อยละ 100
Two Brothers dvd ในเมื่อโรคภูมิแพ้ทางระบบทางเดินหายใจยังไม่สามารถ รักษาได้ที่ต้นเหตุ สิ่งที่ดีที่สุดคือการป้องกันสิ่งกระตุ้นที่ทำให้เกิดอาการแพ้ภายในบ้าน เช่น ฝุ่น ไรฝุ่น ขนสัตว์ เชื้อรา แมลง เศษหญ้า ละอองพืช ฯลฯ ด้วยการกำจัดแหล่งของสิ่งกระตุ้นต่างๆ
-ไม่ใช้พรมปูพื้น เพราะพรมเป็นแหล่งสะสมฝุ่น ไร และเชื้อโรคมากที่สุด
-ไม่ใช้เฟอร์นิเจอร์ที่ทำจากผ้าที่มีขุยหรือสะสมฝุ่นได้
-ไม่ควรให้มีเครื่องนอนหรือตุ๊กตายัดนุ่นในห้องนอนเด็ดขาด
-เปลี่ยนผ้าปูที่นอนทุก 3 วัน นำที่นอนออกผึ่งแดดจัดๆ ส่วนไส้หมอนและผ้านวมให้ซักด้วยน้ำร้อนกว่า 65 องศา เพื่อฆ่าตัวไรฝุ่น
-อย่าให้มีหนังสือที่เป็นตัวดูดความชื้นซึ่งเป็นแหล่งของเชื้อรา และเชื้อเชิญแมลงสาปมากัดแทะ
-ควรเปิดห้องนอนให้อากาศถ่ายเททุกวันให้แดดส่องถึงและอย่าให้มีฝุ่นผงสะสม
-ล้างแผ่นกรองฝุ่นของเครื่องปรับอากาศทุกอาทิตย์และล้างเครื่องปรับอากาศทุก3-4 เดือน
-ไม่ควรสูบบุหรี่ในบ้าน
-ไม่เลี้ยงสัตว์เลี้ยงที่มีขน เช่น สุนัข แมว นก
-กำจัดซากสะสมทับถมของเศษใบไม้ หญ้าบริเวณบ้านให้หมดเพราะเป็นแหล่งของเชื้อรา และแมลงตัวเล็กๆ
ใน บ้านของผู้ที่เป็นโรคภูมอแพ้จำเป็นต้องรักษาความสะอาดจากฝุ่น และความสกปรกต่างๆ ให้มากเป็นพิเศษ ถ้าป้องกันสิ่งต่างๆ เหล่านี้ได้เชื่อแน่ว่าอาการต่างๆ น่าจะดีขึ้น
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 1989 06 มี.ค. - 09 มี.ค. 2548